
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเป้าหมายประหยัดพลังงานไม่ได้ไกลเกินเอื้อม!






ตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายคืออะไร สถานประกอบการของท่านเข้าข่ายหรือเปล่า?
สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับเปิดศักราชใหม่ ว่าด้วยปีฉลุและขอให้เป็นปีที่ฉลุยของทุกท่านด้วยนะครับ
ปีใหม่นี้ทีมงาน EFC ตั้งใจจะมาแบ่งปันเรื่องราว ความรู้และประสบการณ์ที่พบเจอในการเข้าตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานในโรงงานและอาคารต่างๆ รวมถึงการเป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายสถานประกอบการทั้งใหญ่และเล็ก มาฝากให้กับทุกท่านได้เลือกนำไปใช้ประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตนเองนะครับ
เริ่มปีใหม่ ก็จะเข้าสู่ช่วงรวบรวมข้อมูลขั้นสุดท้ายทำรายงานก่อนทำการตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานกันแล้ว ทีมงาน EFC จึงขอมาทบทวนขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายประจำปีให้ทุกท่านอีกครั้ง.ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายในการทำเรื่องการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายก็คือ เจ้าของโรงงาน/อาคารควบคุมจะมีอยู่ 4 หน้าที่ด้วยกัน
1.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องแต่งตั้งผู้รับผิดชอบพลังงานขึ้นมาในองค์กร เพื่อมีหน้าที่ดูแล ประสานงาน ดำเนินการเรื่องการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการของตนเอง
2.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องแต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานขึ้นมา เพื่อทำระบบการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน
3.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องมอบหมายให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน จัดทำรายงานการจัดการพลังงานประจำปีขึ้นมาเพื่อเตรียมส่งมอบข้อมูลการใช้พลังงานในองค์กรให้กับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ) กระทรวงพลังงาน
4.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง มอบหมายให้ตัวแทนดำเนินการหาผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ได้รับใบอนุญาตจาก พพ มาทำการตรวจสอบรับรองฯระบบการจัดการพลังงาน และเล่มรายงานการจัดการพลังงานประจำปี หลังจากนั้นต้องส่งรายงานทั้ง 2 เล่มให้กับ พพ.

โรงงาน/อาคารควบคุม ส่งเล่มรายงานการจัดการพลังงานและเล่มรายงานผลตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานประจำปี ให้กับ พพ ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป ตัวอย่างเช่น ทำระบบและรายงานปี 2563 ต้องส่งรายงานภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564
การทำการจัดการพลังงานตามกฎหมายเป็นเพียงตะแกรงร่อนพื้นฐานเท่านั้น จริงๆแล้วเราสามารถนำข้อมูลที่ได้มาทำเรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดต้นทุนสินค้าและการบริการได้อย่างดี
จากประสบการณ์การทำงานของ EFC พบว่าหลายองค์กรสามารถนำข้อมูลต่างๆไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลประหยัดที่แท้จริงได้ประมาณ 5-30% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้กับคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานทุกท่านในการจัดทำระบบและรายงานในรอบปีนี้ด้วยนะครับ
สำหรับโพสต์ครั้งต่อไปจะพูดถึงสิ่งทึ่พบเห็นได้บ่อยๆในการตรวจสอบการจัดการพลังงานแต่ละขั้นตอนกันนะครับ.ปล เกณฑ์ที่ใช้แบ่งโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมมีอยู่ 3 เกณฑ์ แต่ที่ใช้แบ่งง่ายที่สุดให้ดูจากขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าในสถานประกอบการ ถ้ามีขนาดหม้อแปลงไฟฟ้ารวมมากกว่า 1,175 kVA เมื่อไหร่ ถือว่าเป็นโรงงาน/อาคารควบคุม
สถานประกอบการส่วนใหญ่มีการใช้อากาศอัดซึ่งมีค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานค่อนข้างสูงในกระบวนการผลิต ในกรณีที่พนักงานในองค์กรมีการใช้งาน การตั้งค่า มีเทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานโดยรวมขององค์กรลดลงได้


EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องอัดอากาศและระบบอัดอากาศขึ้น เพื่อทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเทคนิคประหยัดพลังงานในระบบอัดอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในสถานประกอบการของท่านอย่างมหาศาล เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์
เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) และระบบอากาศอัด ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในระบบอากาศอัดขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
เนื้อหาหลักสูตร

ไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท ในกรณีที่มีการใช้พลังงานอย่างเกินความจำเป็นและเกิดการสูญเสียพลังงานในส่วนต่างๆ โดยเปล่าประโยชน์ ก็จะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการใช้ไฟฟ้าและการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่มีค่อนข้างมากในโรงงานเช่น มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการประหยัดค่าไฟฟ้าโดยรวมขององค์กร

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับเทคนิคประหยัดค่าไฟฟ้าในองค์กร รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานในมอเตอร์ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าขึ้น เพื่อทำให้พนักงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานทั่วไป ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานแบบมีส่วนร่วม ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กรอย่างมหาศาล เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์
เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) และมอเตอร์ไฟฟ้า (Electrical Motor) ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
เนื้อหาหลักสูตร
รายงานการจัดการพลังงานนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย มีความสำคัญอยู่ 2 ประการด้วยกัน ได้แก่
1.รายงานทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน มาตรการอนุรักษ์พลังงานและส่วนต่างๆที่สำคัญต่อการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานของสถานประกอบการ 2.รายงานจะต้องถูกตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจากผู้ตรวจสอบฯจากภายนอกและต้องส่งให้กับหน่วยงานภาครัฐ



ดังนั้นการกรอกข้อมูลลงในรายงานการจัดการพลังงานฟอร์มใหม่ให้ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ฟอร์มรายงานมีรายละเอียดในการกรอกค่อนข้างมากและซับซ้อน
EFC จึงได้ออกแบบหลักสูตรอธิบายการกรอกข้อมูลลงในรายงานฟอร์มใหม่แบบง่ายๆ ทีละขั้นตอน (Step by Step) เพื่อให้บุคลากรที่ทำรายงานนั้นได้กรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเข้าใจความหมายของข้อมูลที่ใส่ลงไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากตัวรายงานนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการลดการใช้พลังงานต่อไปได้
วัตถุประสงค์
เพื่อทำให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานได้มีความรู้และเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทราบรายละเอียดในการสร้างและการดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินการจัดทำรายงานการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับที่กฎหมายระบุได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งสามารถทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
ประโยชน์ที่ได้รับ
เนื้อหาหลักสูตร
สถานประกอบการส่วนใหญ่มีการใช้น้ำเย็นจากเครื่องทำความเย็นมาใช้ในระบบปรับอากาศหรือใช้กับระบบระบายความร้อนของเครื่องจักรในการผลิต ซึ่งเครื่องทำความเย็นนี้เอง เป็นเครื่องจักรที่ใช้พลังงานอย่างมหาศาล ในกรณีที่พนักงานในองค์กรมีการใช้งาน การตั้งค่าของเครื่อง เทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานโดยรวมขององค์กรลดลงได้

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศขึ้น เพื่อทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานทั่วไป ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเทคนิคประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในสถานประกอบการ เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์
เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของเครื่องทำความเย็น (Chiller) หอผึ่งลมเย็น (Cooling Tower)และระบบปรับอากาศ ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในระบบทำความเย็นขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
เนื้อหาหลักสูตร
