All posts by ssknowledge

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเป้าหมายประหยัดพลังงานไม่ได้ไกลเกินเอื้อม!

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเป้าหมายประหยัดพลังงานไม่ได้ไกลเกินเอื้อม!
 
หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ได้รับนโยบายการประหยัดพลังงานมาจากเบื้องบนว่าต้องลดให้ได้เท่านั้นเท่านี้ก่อนสิ้นปี 20XX
 
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นตัวเลขการประหยัดแตะ 2 หลักและโหดเอาเรื่องอยู่
 
เมื่อคณะทำงานด้านอนุรักษ์พลังงานทราบข่าวแล้ว ก็ถึงกับอุทานออกมาเป็นภาษารัสเซียว่า Боже мой
 
ผู้บริหารก็มีเหตุผลของผู้บริหารอยู่ แต่ทีมงานนี่สิ ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า
 
ซึ่งความกังวลของทีมงานก็มีเหตุมีผลอยู่ซะด้วย เพราะมาตรการประหยัดก็ทำมาอย่างต่อเนื่องทุกปีอยู่แล้ว จะมีมาตรการอะไรอีกหล่ะ
 
ถ้าจะต้องลงมือทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงลิบจากผู้บริหารให้สำเร็จ จริงๆมันก็พอจะมีทางออกอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ว่า ทีมงานนั้นมีข้อมูลศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานมากน้อยในรายละเอียดขนาดไหน (EFC มีกล่าวไว้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในโพสต์ที่แล้ว)
 
สถานประกอบการบางแห่ง ทำขั้นตอนการประเมินศักยภาพไว้ดีมาก เขาเหล่านั้นเลยไม่กังวลเท่าไหร่ แต่หลายแห่งไม่ได้เป็นเช่นน้ันเพราะข้อมูลการใช้พลังงานในส่วนต่างๆ มีน้อยไม่เพียงพอต่อการคิดหามาตรการประหยัดเพิ่มเติม ดังนั้นจึงเกิดความเครียดต่อการทำตามเป้าเป็นอย่างมาก
 
ส่วนใหญ่แล้วในประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ทีมงาน EFC จึงแนะนำว่าให้กลับไปทบทวนการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานระดับองค์กร ระดับผลิตภัณฑ์/บริการ และระดับเครื่องจักรให้ดีเสียก่อน เขาเหล่านั้นก็จะพบมาตรการประหยัดที่ซ่อนอยู่มากมาย
 
การมีข้อมูลน้อยทำให้วิเคราะห์มาตรการได้ไม่ละเอียดทั่วถึง
 
ถ้ามีข้อมูลมากขึ้นแล้ว สามารถวิเคราะห์ได้ดี ก็จะทำเป้าหมายใหญ่ให้สำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น
 
กลับมาขั้นตอนที่ 5 การตั้งเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงแผนอบรมและกิจกรรม
 
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความละเอียดอีกขั้นตอนหนึ่ง
 
ต้องลงลึกในการคำนวณหาผลประหยัดจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่คิดขึ้น รวมถึงต้องวางแผนในการดำเนินการ
 
นอกจากนี้ต้องวางแผนอบรมและกิจกรรมด้านพลังงานกับพนักงาน เลือกหัวข้อให้เหมาะสมและวางแผนดำเนินการเช่นเดียวกัน
 
ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทีมงานควรวางแผนให้ถี่ถ้วนก่อนเริ่มดำเนินการ
 
สำหรับการตรวจสอบนั้น จะพบเห็นข้อผิดพลาดได้มากจากผู้วางแผนมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ผู้รับผิดชอบจะคำนวณผลประหยัดผิดพลาด ทำให้เสี่ยงที่ผู้ตรวจสอบฯภายนอก สามารถให้ minor(ไม่สอดคล้องตามกฎหมายอย่างไม่ร้ายแรง) ได้ ดังนั้นจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบในการคำนวณมาตรการให้ดี
 
ถ้าทำได้ดังนี้แล้วก็สามารถคลายกังวลในการตรวจสอบฯในขั้นตอนที่ 5 นี้ได้ค่อนข้างมาก
 
สุดท้ายนี้ทีมงาน EFC ขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในโพสต์หน้า
 
ถ้าชอบงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงานอย่างนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
ขอให้ทุกท่านมีอิสระทางด้านพลังงาน

การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานสำคัญไฉน?

การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานสำคัญไฉน?
 
สมมติว่าเรามีโรงงานหรืออาคารอยู่หนึ่งแห่ง แต่เราไม่รู้ว่าการใช้พลังงานของเราเป็นอย่างไร ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือความร้อนมากกว่ากัน สัดส่วนการใช้พลังงานเป็นอย่างไร เครื่องจักรตัวไหนที่กินไฟเยอะ เราจะทำเรื่องประหยัดพลังงานได้หรือไม่
 
คำตอบก็คือได้…แต่เราต้องใช้แรงกายแรงใจเยอะมากถึงจะทำให้เกิดผลประหยัดเป็นรูปธรรมได้
 
ตรงกันข้าม ในกรณีที่เรารู้ข้อมูลการใช้พลังงานของเราทั้งหมด ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการวางแผนทำมาตรการอนุรักษ์พลังงานรวมถึงการตรวจเช็คผลประหยัด คงจะง่ายมากยิ่งขึ้น
 
การจัดการพลังงานจะแบ่งการประเมินออกเป็น 3 ระดับ 1.องค์กร 2.ผลิตภัณฑ์หรือบริการ 3.เครื่องจักร
 
การประเมินระดับองค์กรใช้ดูภาพรวมการใช้พลังงานของเราทั้งหมด เช่นการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงรายเดือนเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้พลังงานแยกตามประเภท ซึ่งการรู้ข้อมูลพลังงานอย่างนี้จะช่วยเราในการวิเคราะห์หามาตรการอนุรักษ์พลังงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
 
ตัวอย่าง ถ้าเราทราบว่า อาคารของเราใช้พลังงานไปกับระบบปรับอากาศค่อนข้างมาก เราก็ควรมีมาตรการประหยัดที่เกี่ยวข้องกับระบบปรับอากาศให้เยอะหน่อย เรียกว่าทำน้อยแต่ได้ผลมาก
 
การประเมินระดับผลิตภัณฑ์ จะทำให้เราสามารถที่จะทราบต้นทุนของสินค้าของเราได้ว่า ใช้พลังงานกับผลผลิตต่อชิ้นเท่าไหร่
 
ยกตัวอย่างเช่น โรงงานเราผลิตแป้งข้าวสาลี ก็สามารถรู้ต้นทุนว่า พลังงานที่ใช้ต่อแป้งข้าวสาลีหนึ่งตันเป็นเท่าไหร่ ซึ่งสามารถแปลงออกมาเป็นต้นทุนเป็นจำนวนเงิน บาทต่อแป้งข้าวสาลีหนึ่งตัน ได้
 
ส่วนการประเมินลำดับสุดท้าย เป็นการประเมินระดับเครื่องจักร ซึ่งเราจะสามารถทราบได้ว่าเครื่องจักรแต่งละเครื่อง มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีหรือแย่กว่าค่ามาตรฐาน
 
ในกรณีที่ประสิทธิภาพแย่กว่าค่ามาตรฐานมากๆ ให้พิจารณาทำมาตรการประหยัดพลังงานเกี่ยวกับเครื่องจักรตัวนี้ ตัวอย่างเช่น ซ่อมแซมเปลี่ยนพาร์ทบางส่วน หรืออาจจะเปลี่ยนเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าตัวเก่ามาใช้ทดแทนไปเลยก็ได้
 
กล่าวมาถึงตอนนี้ ทุกท่านคงเห็นภาพแล้วว่าการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในระดับต่างๆ นั้น ทำให้เรารู้ข้อมูลพลังงานเชิงลึกและสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ต่อได้
 
ซึ่งจากประสบการณ์การตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานของทีม EFC ที่พบเห็นข้อที่สามารถนำไปพัฒนาได้ก็คือ
 
1.การประเมินสัดส่วนการใช้พลังงาน ควรมีการตรวจวัดการใช้พลังงานโดยเครื่องมือตรวจวัดมาช่วยด้วย จะทำให้ค่าต่างๆออกมาแม่นยำมากยิ่งขึ้น
 
2.ควรประเมินหาเครื่องจักรที่มีนัยสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อการใช้พลังงานของเราจริงๆ เพื่อต่อยอดหามาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง
 
3.ในกรณีที่มีความชำนาญในการทำระบบแล้ว ให้ระบุ % การใช้พลังงานในแต่ละกระบวนการผลิตเข้าไปด้วย เพื่อจะได้ทราบว่าขั้นตอนการผลิตส่วนใดที่ใช้พลังงานมากที่สุด
 
4.จุดที่มักผิดพลาดที่พบเห็นได้มากสุดคือ การประเมินระดับเครื่องจักรไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ซึ่งค่าการประเมินจะต้องเป็นค่าประสิทธิภาพ เช่น input/output หรือว่า output/input ก็ได้
 
ในส่วนการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในขั้นตอนที่ 4 ของการจัดการพลังงานนี้ เป็นส่วนที่มีรายละเอียดมากที่สุด และต้องทำเป็นอันดับแรกเลยถ้าหากเราจะทำเรื่องประหยัดพลังงาน หากทำได้ละเอียดมากเท่าไหร่ ก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้เท่านั้น
 
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพด้วยนะครับ
 
วันนี้ทีมงาน EFC ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่โพสต์หน้า
 
ขอให้ทุกท่านเป็นอิสระทางด้านพลังงาน….สวัสดีครับ

นโยบายอนุรักษ์พลังงานจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การกำหนดทิศทางด้านอนุรักษ์พลังงานขึ้นอยู่กับนโยบายที่ประกาศออกมา
.
โดยหลักแล้วการกำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานจะต้องมีการประกาศต้องมีอย่างน้อยตามที่กฎหมายระบุ
1.การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของ การประกอบธุรกิจ
2.มีความเหมาะสมกับขนาดและปริมาณ การใช้พลังงาน
3.ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ที่เกี่ยวข้อง
4.ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
5.จัดสรรทรัพยากรให้อย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ พบเห็นได้ในหลายสถานประกอบการ เลือกใส่เป้าหมายการประหยัดพลังงานลงไปเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน
.
แต่ก็เป็นเหมือนแรงกดดันที่อยู่บนบ่าคณะทำงานฯที่จะทำให้สำเร็จให้ได้
.
หลายแห่ง ก็ประสบความสำเร็จในเรื่องผลประหยัดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในนโยบายอนุรักษ์พลังงาน
.
คราวนี้เรามาดูส่วนที่สามารถพัฒนาระบบได้ในขั้นตอนที่ 3 – นโยบายอนุรักษ์พลังงาน
.
1.ควรมีการทบทวนนโยบายอนุรักษ์พลังงานให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ เช่นอนุรักษ์พลังงานเพื่อนำพาไปสู่ความยั่งยืนทางด้านพลังงาน การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้นในองค์กรเป็นต้น
.
2.ควรมีการจัดทำภาษาต่างประเทศและภาษาประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย เพื่อให้รับทราบนโยบายอนุรักษ์พลังงานอย่างทั่วถึง
.
3.นโยบายอนุรักษ์พลังงานที่ดี จะต้องนำด้านที่ได้คะแนนน้อยจากการประเมิน EMM มาใส่ในนโยบายอนุรักษ์พลังงานด้วย เช่น ถ้าด้านประชาสัมพันธ์ คะแนนออกมาต่ำ ก็ให้เสริมทางด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นเป็นต้น
.
ในขั้นตอนที่ 3 นี้แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานของผู้บริหาร คณะทำงานและพนักงาน ที่จะร่วมแรงร่วมใจประหยัดพลังงานในองค์กรของตนเอง
.
จบขั้นตอนที่ 3 ทีมงาน EFC ขอตัวลาไปก่อน พบกันโพสต์หน้าในขั้นตอนที่ 4(ขั้นตอนที่มีรายละเอียดเยอะที่สุด) ครับ

ปวดหัวและเสียเวลากับการประเมิน EMM (ข.2) ไหม?

ผู้รับผิดชอบพลังงานปวดหัวและเสียเวลากับการประเมิน EMM (ข.2) ไหม? ถ้าอยากรู้วิธีแก้ เชิญอ่านต่อด้านล่างได้เลยครับ
.
โพสต์ที่แล้วเราพูดถึงประโยชน์ของการตรวจสอบรับรองฯและขั้นตอนที่ 1 ไปแล้ว
.
คราวนี้มาต่อเนื่องในขั้นตอนที่ 2 ในระบบการจัดการพลังงานกัน
.
ขั้นตอนที่ 2 – การประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น
.
ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ที่พบเห็นในเวลาตรวจสอบฯคือ ไม่ได้ประเมินครบทุกแผนกหรือฝ่าย ผู้จัดทำระบบควรต้องระวังประเด็นนี้ให้ดี เพราะผู้ตรวจประเมินฯสามารถให้ Minor ได้
.
ส่วนเรื่องการประเมินในขั้นตอนที่ 2 นี้ ถ้าเป็นไปได้ให้ทำทุกปีเพื่อจะได้ทราบว่า คนส่วนใหญ่นั้น มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการจัดการพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานในองค์กรบ้าง จะได้กำหนดทิศทางในการพัฒนาระบบได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
.
ถ้าเป็นแต่ก่อน คณะทำงานฯที่ดูแลเรื่องการประเมินจะต้องปวดหัวไมเกรนขึ้นแน่ๆ ถ้าต้องประเมินขั้นตอนที่ 2 ทุกปี เพราะการทำนั้นยุ่งยาก จะต้องแจกฟอร์มการประเมิน ให้กับพนักงานมากมาย เปลืองกระดาษและเสียเวลาในการรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างมาก
.
ยิ่งสถานประกอบการไหนมีจำนวนพนักงานมาก ยิ่งยุ่งยิ่งปวดหัว!
.
แต่ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องกลัวการประเมินแล้วครับ
.
การนำเทคโนโลยีปัจจุบันมาใช้ประโยชน์ ช่วยในการประเมิน จะแบ่งเบาภาระลงไปได้มาก ทั้งประหยัดกระดาษ ง่ายและรวดเร็ว
.
EFC อยากแบ่งปันความรู้โดยการใช้เครื่องมีให้เกิดประโยชน์ต่อคณะทำงาน โดยการใช้ EMM online ที่เป็น QR code เข้ามาแทนที่การประเมินโดยใช้ฟอร์มกระดาษ
.
เพียงแค่แสกน QR code และทำการประเมินคนละไม่ถึง 2 นาที ข้อมูลก็จะไปรวมที่ส่วนกลางโดยอัตโนมัติ (ลองแสกนดูตัวอย่างในรูป)
คณะทำงานฯ ก็มีหน้าที่เพียงแค่นำผลรวมคะแนนที่ได้จากผู้ประเมินทุกคน ไปใส่ในตัวรายงานการจัดการพลังงานเพียงเท่านั้น สะดวกและรวดเร็ว สามารถเอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้
.
การประเมิน EMM จึงสามารถทำได้ทุกปี โดยใช้ EMM online เข้ามาช่วย
.
ในการพัฒนาระบบในขั้นตอนที่ 2 หลักๆ ก็มีเท่านี้
.
ทีมงาน EFC ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่ในโพสต์หน้า สวัสดีครับ
.
หากท่านใดเห็นว่าบทความการใช้ EMM online นี้เป็นประโยชน์ ก็ขอฝากให้กดไลค์ กดแชร์เพื่อเป็นกำลังให้กับทีมงาน EFC ด้วยนะครับ

ทำไมต้องตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน? ได้ประโยชน์อะไร?

การทำระบบการจัดการพลังงานนั้น มีขั้นตอนการทำทั้งหมด 8 ขั้นตอน โดยดำเนินการตามกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงที่ออกมาในปี 2552 ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมากในระบบ(ตามวงกลมสีฟ้าทั้งหมด)
.
แต่การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจากผู้ตรวจสอบฯภายนอกนั้น ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ตรวจสอบฯ มาทำการตรวจความสอดคล้องของระบบตามประกาศกระทรวงฯ หมวด 5 ข้อ 24 (3) (ก), (ข) เท่านั้น
.
ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจสอบฯในวงกลมสีแดงบางส่วนของระบบเท่านั้น ไม่ได้เป็นการตรวจสอบทั้งระบบ ตามกฎหมายระบุการตรวจสอบฯที่เป็นตะแกรงร่อนพื้นฐานเพียงเท่านั้น
.
ผู้ตรวจสอบฯบางรายที่ไม่เชี่ยวชาญระบบการจัดการพลังงานอาจจะไม่ได้อยู่ในสายงานพลังงานโดยตรง ก็จะตรวจสอบเพียงในแค่วงกลมสีแดงเท่านั้น
.
ส่วนผู้ตรวจสอบฯที่มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน ก็จะตรวจนอกเหนือจากวงกลมสีแดง ตรวจสอบเกือบทั้งระบบที่สถานประกอบการทำจริงๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบให้ดีมากยิ่งขี้น
.
ซึ่งสำหรับทีมงานของ EFC นั้นจะตรวจสอบนอกเหนือจากวงกลมสีแดง พร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆที่เป็นประโยชน์แด่สถานประกอบการในการพัฒนาระบบและลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงาน
.
กลับมาที่เรื่องการตรวจสอบฯ ประเด็นที่สามารถพัฒนาได้ในแต่ละขั้นตอนมีค่อนข้างมาก EFC จะยกมาแต่ละขั้นตอนเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพมากยิ่งขี้น
.
เริ่มจาก ขั้นตอนที่ 1-แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
.
1.คณะทำงานควรจะมาจากทุกแผนก และควรแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนให้ชัดเจน เช่นฝ่ายเทคนิค ฝ่ายดูแลเอกสาร ฝ่ายดูแลการอบรมและกิจกรรม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
.
2.หากมีการประกาศแต่งตั้งคณะทำงานฯนานมาแล้ว ควรมีการทบทวน เลือกคณะทำงานฯให้เหมาะสม และทำการประกาศใหม่
.
3.ควรประชาสัมพันธ์คำสั่งแต่งตั้งให้มีหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบอร์ดอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งการนำเทคโนโลยีการประชาสัมพันธ์ออนไลน์มาใช้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดการรับรู้ของข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
.
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบข้อมูลความรู้ด้านพลังงานแบบยั่งยืนนี้ ฝากกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นแรงใจด้วยนะครับ
.
วันนี้ขอตัวลาไปก่อน พบกันโพสต์ต่อไปจะเป็นคิวของ ขั้นตอนที่ 2 และ 3 นะครับ
.
ขอบคุณครับ

ตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายคืออะไร

ตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายคืออะไร สถานประกอบการของท่านเข้าข่ายหรือเปล่า?

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับเปิดศักราชใหม่ ว่าด้วยปีฉลุและขอให้เป็นปีที่ฉลุยของทุกท่านด้วยนะครับ

ปีใหม่นี้ทีมงาน EFC ตั้งใจจะมาแบ่งปันเรื่องราว ความรู้และประสบการณ์ที่พบเจอในการเข้าตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานในโรงงานและอาคารต่างๆ รวมถึงการเป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายสถานประกอบการทั้งใหญ่และเล็ก มาฝากให้กับทุกท่านได้เลือกนำไปใช้ประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตนเองนะครับ

เริ่มปีใหม่ ก็จะเข้าสู่ช่วงรวบรวมข้อมูลขั้นสุดท้ายทำรายงานก่อนทำการตรวจสอบรับรองการจัดการพลังงานกันแล้ว ทีมงาน EFC จึงขอมาทบทวนขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายประจำปีให้ทุกท่านอีกครั้ง.ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายในการทำเรื่องการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายก็คือ เจ้าของโรงงาน/อาคารควบคุมจะมีอยู่ 4 หน้าที่ด้วยกัน

1.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องแต่งตั้งผู้รับผิดชอบพลังงานขึ้นมาในองค์กร เพื่อมีหน้าที่ดูแล ประสานงาน ดำเนินการเรื่องการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการของตนเอง

2.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องแต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานขึ้นมา เพื่อทำระบบการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน

3.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องมอบหมายให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน จัดทำรายงานการจัดการพลังงานประจำปีขึ้นมาเพื่อเตรียมส่งมอบข้อมูลการใช้พลังงานในองค์กรให้กับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ) กระทรวงพลังงาน

4.เจ้าของหรือผู้บริหารระดับสูง มอบหมายให้ตัวแทนดำเนินการหาผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ได้รับใบอนุญาตจาก พพ มาทำการตรวจสอบรับรองฯระบบการจัดการพลังงาน และเล่มรายงานการจัดการพลังงานประจำปี หลังจากนั้นต้องส่งรายงานทั้ง 2 เล่มให้กับ พพ.

โรงงาน/อาคารควบคุม ส่งเล่มรายงานการจัดการพลังงานและเล่มรายงานผลตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานประจำปี ให้กับ พพ ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป ตัวอย่างเช่น ทำระบบและรายงานปี 2563 ต้องส่งรายงานภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564

การทำการจัดการพลังงานตามกฎหมายเป็นเพียงตะแกรงร่อนพื้นฐานเท่านั้น จริงๆแล้วเราสามารถนำข้อมูลที่ได้มาทำเรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดต้นทุนสินค้าและการบริการได้อย่างดี

จากประสบการณ์การทำงานของ EFC พบว่าหลายองค์กรสามารถนำข้อมูลต่างๆไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลประหยัดที่แท้จริงได้ประมาณ 5-30% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้กับคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานทุกท่านในการจัดทำระบบและรายงานในรอบปีนี้ด้วยนะครับ

สำหรับโพสต์ครั้งต่อไปจะพูดถึงสิ่งทึ่พบเห็นได้บ่อยๆในการตรวจสอบการจัดการพลังงานแต่ละขั้นตอนกันนะครับ.ปล เกณฑ์ที่ใช้แบ่งโรงงานควบคุม/อาคารควบคุมมีอยู่ 3 เกณฑ์ แต่ที่ใช้แบ่งง่ายที่สุดให้ดูจากขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าในสถานประกอบการ ถ้ามีขนาดหม้อแปลงไฟฟ้ารวมมากกว่า 1,175 kVA เมื่อไหร่ ถือว่าเป็นโรงงาน/อาคารควบคุม

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-C-02

EFC-C-02 : การปรับปรุงประสิทธิภาพและเทคนิคอนุรักษ์พลังงานในเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) และระบบอากาศอัด – 3 ชั่วโมง

สถานประกอบการส่วนใหญ่มีการใช้อากาศอัดซึ่งมีค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานค่อนข้างสูงในกระบวนการผลิต ในกรณีที่พนักงานในองค์กรมีการใช้งาน การตั้งค่า มีเทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานโดยรวมขององค์กรลดลงได้

R1007128

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องอัดอากาศและระบบอัดอากาศขึ้น เพื่อทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเทคนิคประหยัดพลังงานในระบบอัดอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในสถานประกอบการของท่านอย่างมหาศาล เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) และระบบอากาศอัด ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในระบบอากาศอัดขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น

 ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบองค์ประกอบพื้นฐานของเครื่องอัดอากาศและระบบอากาศอัด
  • ทราบวิธีการตรวจวัดและหาประสิทธิภาพของเครื่องอัดอากาศ
  • ทราบวิธีการตรวจเช็คและหาเปอร์เซ็นต์ลมรั่ว เพื่อลดเปอร์เซ็นต์ลมรั่วโดยไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องอัดอากาศตัวใหม่เพิ่มเติม
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องอัดอากาศและระบบอากาศอัด ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งมาตรการที่ไม่มีการ    ลงทุนและมาตรการที่มีการลงทุน
  • ทราบวิธีการใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร

เนื้อหาหลักสูตร

  • องค์ประกอบพื้นฐานของเครื่องอัดอากาศและระบบอากาศอัด
  • วิธีการตรวจวัดหาประสิทธิภาพของเครื่องอัดอากาศ
  • วิธีประเมินเปอร์เซ็นต์ลมรั่วในโรงงาน
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องอัดอากาศและระบบอากาศอัด
  • วิธีเซ็ตแรงดันอากาศอัดให้เหมาะสม

มาตรการอนุรักษ์พลังงาน


ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-C-01

EFC-C-01 : เทคนิคประหยัดค่าไฟฟ้าในองค์กร + เทคนิคอนุรักษ์พลังงานในหม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้า – 3 ชั่วโมง

ไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท ในกรณีที่มีการใช้พลังงานอย่างเกินความจำเป็นและเกิดการสูญเสียพลังงานในส่วนต่างๆ โดยเปล่าประโยชน์ ก็จะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการใช้ไฟฟ้าและการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่มีค่อนข้างมากในโรงงานเช่น มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการประหยัดค่าไฟฟ้าโดยรวมขององค์กร

ตรวจประเมินภายในการจัดการพลังงาน

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับเทคนิคประหยัดค่าไฟฟ้าในองค์กร รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานในมอเตอร์ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าขึ้น เพื่อทำให้พนักงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานทั่วไป ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานแบบมีส่วนร่วม ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กรอย่างมหาศาล เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) และมอเตอร์ไฟฟ้า (Electrical Motor) ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น

 ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า
  • ทราบองค์ประกอบพื้นฐานของหม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้า
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในหม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งมาตรการที่ไม่มีการ    ลงทุนและมาตรการที่มีการลงทุน
  • ทราบวิธีการใช้งานและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร

เนื้อหาหลักสูตร

  • องค์ประกอบพื้นฐานของค่าไฟฟ้า
  • อัตราค่าไฟฟ้า
  • เทคนิคการลดค่าไฟฟ้าอย่างง่าย
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในหม้อแปลงไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้า
  • ตัวอย่างและกรณีศึกษา

ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-B-01

EFC-B-01 : การจัดทำรายงานการจัดการพลังงานตามกฎหมาย (ฟอร์มใหม่และ e-form) – 3 ชั่วโมง

รายงานการจัดการพลังงานนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย มีความสำคัญอยู่ 2 ประการด้วยกัน ได้แก่

1.รายงานทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน มาตรการอนุรักษ์พลังงานและส่วนต่างๆที่สำคัญต่อการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานของสถานประกอบการ 2.รายงานจะต้องถูกตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจากผู้ตรวจสอบฯจากภายนอกและต้องส่งให้กับหน่วยงานภาครัฐ

การจัดการพลังงาน

R1005265

ดังนั้นการกรอกข้อมูลลงในรายงานการจัดการพลังงานฟอร์มใหม่ให้ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ฟอร์มรายงานมีรายละเอียดในการกรอกค่อนข้างมากและซับซ้อน

EFC จึงได้ออกแบบหลักสูตรอธิบายการกรอกข้อมูลลงในรายงานฟอร์มใหม่แบบง่ายๆ ทีละขั้นตอน (Step by Step) เพื่อให้บุคลากรที่ทำรายงานนั้นได้กรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเข้าใจความหมายของข้อมูลที่ใส่ลงไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากตัวรายงานนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการลดการใช้พลังงานต่อไปได้

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานได้มีความรู้และเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทราบรายละเอียดในการสร้างและการดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินการจัดทำรายงานการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับที่กฎหมายระบุได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งสามารถทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบวิธีการกรอกรายงานการจัดการพลังงานอย่างครบถ้วน
  • ทราบกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการ
  • ทราบหลักการระบบการจัดการพลังงานพลังงาน 8 ขั้นตอน
  • ดำเนินการจัดทำรายงานการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับที่กฎหมายระบุได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • สามารถนำผลลัพธ์จากรายงานฯไปพัฒนาระบบการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กรได้

เนื้อหาหลักสูตร

  • พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • การจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน
  • การกรอกข้อมูลลงในรายงานการจัดการพลังงานฟอร์มใหม่และ e-form อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • Workshop กรอกข้อมูลการทำรายงาน

ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-C-03

EFC-C-03 : การปรับปรุงประสิทธิภาพและเทคนิคอนุรักษ์พลังงานในเครื่องทำความเย็น (Chiller) หอผึ่งลมเย็น (Cooling Tower) และระบบปรับอากาศ – 3 ชั่วโมง

สถานประกอบการส่วนใหญ่มีการใช้น้ำเย็นจากเครื่องทำความเย็นมาใช้ในระบบปรับอากาศหรือใช้กับระบบระบายความร้อนของเครื่องจักรในการผลิต ซึ่งเครื่องทำความเย็นนี้เอง เป็นเครื่องจักรที่ใช้พลังงานอย่างมหาศาล ในกรณีที่พนักงานในองค์กรมีการใช้งาน การตั้งค่าของเครื่อง เทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานโดยรวมขององค์กรลดลงได้

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศขึ้น เพื่อทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเช่น พนักงานทั่วไป ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเทคนิคประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในสถานประกอบการ เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของเครื่องทำความเย็น (Chiller) หอผึ่งลมเย็น (Cooling Tower)และระบบปรับอากาศ ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในระบบทำความเย็นขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น

 ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบองค์ประกอบพื้นฐานของเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ
  • ทราบวิธีการตรวจวัดและหาประสิทธิภาพของเครื่องทำความเย็น (Chiller) และหอผึ่งลมเย็น (Cooling Tower) โดยใช้โปรแกรมคำนวณ
  • ทราบถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งมาตรการที่ไม่มีการลงทุนและมาตรการที่มีการลงทุน
  • ทราบวิธีการใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร

เนื้อหาหลักสูตร

  • องค์ประกอบพื้นฐานของเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ
  • วิธีการตรวจวัดหาประสิทธิภาพของเครื่องทำความเย็น (Chiller) และหอผึ่งลมเย็น (Cooling Tower)
  • ทราบถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องทำความเย็น หอผึ่งลมเย็นและระบบปรับอากาศ
  • วิธีเซ็ตค่าและการใช้งานเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม

IMG_20191024_144941


ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—