All posts by ssknowledge

เทคนิคหามาตรการอนุรักษ์พลังงานจากแผนผังก้างปลา

เมื่อถึงทางตัน…ให้ใช้เทคนิคหามาตรการอนุรักษ์พลังงานจากแผนผังก้างปลา

เมื่อเราทำการจัดการพลังงานมาระดับหนึ่งแล้ว มาตรการอนุรักษ์พลังงานที่ทำมาก็เยอะแล้ว

ส่วนใหญ่จะคิดไม่ค่อยออกว่าปีต่อไป ทำมาตรการอะไรดี.แผนผังก้างปลา อาจเป็นคำตอบ

เราอาจใช้หลักการของ แผนผังของสาเหตุและผล (Cause-and-Effect Diagram) หรือ แผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) มาเป็นแนวทางวิเคราะห์หามาตรการอนุรักษ์พลังงานหรือกิจกรรมที่จะทำได้

โดยอาจจะคิดเป็นกลุ่มก็ได้เพื่อได้มุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น.เมื่อสร้างกลุ่มข้ึนมาแล้ว ให้ทำ 6 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. กำหนดปัญหาที่หัวปลา

2. กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ

3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย

4. ค้นหาสาเหตุหลักของปัญหา

5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ

6. กำหนดแนวทางให้การแก้ไขปัญหา.ปัจจัยที่เลือกส่วนใหญ่แล้วจะให้ดูที่ คน (Man) เครื่องจักร/อุปกรณ์(Machine) วัตถุดิบ (Material) และกระบวนการผลิต/บริการ (Method) – 4 M เป็นหลัก

ส่วนปัญหาในที่นี้ก็คือ ปัญหาที่เกิดจากการใช้พลังงานไม่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เราเจอว่ามันสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

สุดท้าย แนวทางในการแก้ไข ก็คือ มาตรการและกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานที่คิดขึ้นมานั่นเอง

จากรูปจะมีทั้ง แผนผังก้างปลาและตัวอย่างให้ดู

จะเห็นว่า แผนผังก้างปลา เป็นวิธีคิดที่เรียบง่ายแต่ได้ผล

ก็หวังว่าทุกท่าน คงจะได้ไอเดียไปต่อยอด คิดหามาตรการประหยัดและกิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน เพื่อดำเนินการในองค์กรกันนะครับ

ลงมือ 3 ข้อ เพื่อให้องค์กรได้ผู้รับผิดชอบพลังงานในฝัน

ผู้รับผิดชอบพลังงาน ถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากต่อการจัดการพลังงานและประหยัดพลังงานในองค์กร

การเลือกบุคลากรที่เหมาะสม จะมีส่วนช่วยนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จทางด้านพลังงานและมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลงได้.นอกจากคุณสมบัติตามที่ระบุในกฎหมายแล้ว ผมอยากให้คำนึงถืงทัศนคติของผู้ที่จะมาเป็นผู้รับผิดชอบพลังงานด้วย

และถ้าคุณทำ 3 ข้อนี้ องค์กรก็ได้สุดยอดผู้รับผิดชอบพลังงานในฝัน

1. เพิ่มพูนความรู้เชิงเทคนิคและระบบให้กับผู้รับผิดชอบพลังงานที่เลือกมา อย่างสม่ำเสมอ ติดอาวุธทางปัญญาเพิ่ม เพื่อให้เขาสามารถหามาตรการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น

2. ส่งเสริมให้เขาเป็นผู้รับผิดชอบพลังงานในระดับที่สูงขึ้น เช่นถ้าองค์กรไหนมีผู้รับผิดชอบพลังงานสามัญอยู่ ทางผู้บริหารก็ควรจะผลักดันให้ยกระดับเป็นผู้รับผิดชอบพลังงานอาวุโส การมีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น องค์กรก็จะได้ประโยชน์ด้วย

3. ให้รางวัลกับผู้รับผิดชอบพลังงานที่ทำประโยชน์ให้กับองค์กร – ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการให้รางวัลเล็กน้อยสำหรับคนที่ประหยัดค่าไฟฟ้าให้กับองค์กรเราได้ ถือเป็นเรื่องจำเป็น เหมือนเป็นการตอบแทนกลับคืนให้จากความมานะพยายามที่เขาลงมือทำให้บริษัท เมื่อเขาได้รางวัลแล้ว ในปีถัดไปเขาก็อยากจะทำประโยชน์ให้องค์กรอีก

เพียงแค่ทำ 3 ข้อนี้ การได้ ผู้รับผิดชอบพลังงานในฝันที่จะช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว

กิจกรรมอนุรักษ์พลังงานสู่ความยั่งยืน

วิธีนำองค์กรไปสู่ความยั่งยืนด้านอนุรักษ์พลังงานด้วย กิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activicy – SGA)

เมื่อองค์กรทำการจัดการพลังงานมาระดับหนึ่งแล้ว การหาไอเดียใหม่ๆในการพัฒนาระบบก็จะเริ่มยากยิ่งขึ้นสำหรับคณะทำงานฯ.หลายองค์กรอาจให้คณะทำงานฯ อบรม เพิ่มพูนความรู้และไอเดียใหม่ หรืออาจว่าจ้างที่ปรึกษามาช่วยเป็นเพื่อนคู่คิดในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงาน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้เลยในองค์กรของเราในตอนนี้.ก็คือสิ่งที่เรียกว่า กิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์พลังงาน (SGA)

แนวคิดของ SGA นี้ จะเป็นการรวมกลุ่มกันของบุคลากรในแต่ละแผนก แบ่งเป็นกลุ่มย่อย ประมาณ 5-6 คน มีหน้าที่เพื่อหามาตรการอนุรักษ์พลังงานในแผนกของตนเอง

เริ่มจากการตั้งกลุ่มย่อย ระบุปัญหาการใช้พลังงานไม่เหมาะสมในแผนก หามาตรการอนุรักษ์พลังงาน วางแผน ลงมือปฏิบัติตามแผน และสุดท้ายตรวจติดตาม ทบทวนผลที่เกิดขึ้น

การทำอย่างนี้ กลุ่ม SGA ซึ่งเป็นกลุ่มหน่วยงานเล็กย่อยจากฐานราก ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฝังตัวอยู่ในทุกภาคส่วนขององค์กร ก็จะนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนทางด้านพลังงานได้

เมื่อคณะทำงานฯ อยากหาไอเดียใหม่ทางด้านอนุรักษ์พลังงานในองค์กร ลองพิจารณาจัดกิจกรรมกลุ่มย่อย SGA ดูนะครับ

วิธีประชุมทบทวนพลังงานให้ได้ผลสรุปดีที่สุด

การประชุมทบทวนด้านพลังงานถือเป็นขั้นตอนที่ 8 ของระบบการจัดการพลังงาน และเป็นขั้นตอนที่จะหาสรุปว่าตลอดทั้งปีที่ทำระบบมาได้อะไรบ้างและจะแก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นในปีถัดไปได้อย่างไร

3 ข้อที่ควรเตรียมความพร้อมก่อนประชุมทบทวน มีดังนี้

1. ควรเตรียมข้อมูลการใช้พลังงานและผลประหยัดให้พร้อมก่อนประชุม เพื่อข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอต่อองค์ประชุมและผู้บริหาร สามารถนำมาวิเคราะห์ วัดผลได้

2. ควรมีการตรวจประเมินภายในก่อนที่จะทำการประชุมทบทวน เพราะอย่างน้อยจะทำให้ทราบว่ามีข้อบกพร่องของระบบอะไรบ้าง ที่ผู้ตรวจประเมินภายในพบเจอมาก่อนที่จะประชุมทบทวน ทำให้ปรับแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

3. ควรมีองค์ประชุมที่พร้อมทั้งผู้บริหาร คณะทำงานฯ ผู้ตรวจประเมินภายใน อาจรวมถึงหัวหน้างานบางส่วน มาร่วมการประชุมทบทวนนี้ เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายที่มีความสร้างสรรค์ รวมถึงมองเห็นปัญหาจากทุกฝ่าย ซึ่งจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้นไปในการทำระบบในปีหน้า

สุดท้ายนี้ จะเห็นว่าการเตรียมพร้อมที่ดีจะทำให้ผลสรุปการประชุมทบทวนออกมามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และต่อยอดให้ดีในอนาคตได้

ผู้ตรวจประเมินภายในระบบการจัดการพลังงาน จำเป็นไหม?

หากต้องการให้ระบบการจัดการพลังงานพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง

ในองค์กรจะขาดคณะบุคคลที่คอยขับเคลื่อนระบบไม่ได้

ข้อกำหนดมาตรฐานการจัดการพลังงานระบุไว้ว่า จะต้องมีคณะบุคคลอยู่ 2 คณะ

2 คณะนี้ ไม่ใช่ คณะเชิญยิ้ม กับ ชวนชื่น นะครับ.แต่เป็น คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน กับ คณะผู้ตรวจประเมินภายใน

หน้าที่ของแต่ละคณะก็แตกต่างกัน.คณะทำงานจะมีหน้าที่วางแผนและลงมือปฏิบัติในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงาน

ส่วนคณะผู้ตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) ก็จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบระบบการจัดการพลังงานที่คณะทำงานฯทำอีกทีหนึ่ง เพื่อดูว่ามีข้อบกพร่องและมีจุดใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง.ซึ่งถ้าหากจะให้กล่าวแล้ว คณะผู้ตรวจประเมินภายใน จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ด้านการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงานที่มากกว่าคณะทำงาน

แต่ในบางกรณีอาจจะเป็นข้อยกเว้นสำหรับสถานประกอบการใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำระบบ เพราะคณะทำงานฯกับคณะผู้ตรวจประเมินภายในจะต้องเรียนรู้ไปพร้อมกัน

คณะผู้ตรวจประเมินภายในจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้บริหาร ในขั้นตอนที่ 7 ของระบบการจัดการพลังงาน มีบทบาทหน้าที่ในการตรวจประเมินภายในระบบการจัดการพลังงานที่คณะทำงานได้ทำ อย่างน้อยตามเช็คลิสต์มาตรฐานที่มีมาให้

ดังนั้นสังเกตุว่าคณะผู้ตรวจประเมินภายในที่มีประสบการณ์และองค์ความรู้พื้นฐานที่แน่น จะช่วยแบ่งเบาภาระของคณะทำงานในการอุดรูรั่วของระบบได้ดีขึ้นและจะทำให้ระบบการจัดการพลังงานก้าวหน้าไปอย่างมากเลยทีเดียว

โลกเราร้อนขึ้นทุกวัน…..จริงหรือ???

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบผลสรุปของ 5 งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา (2010-2020)

หนึ่งในนั้นก็คือ ภาวะโลกร้อน

มันอาจไม่ใช่ความสำเร็จในการค้นพบ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ทำลายสถิติสภาพภูมิอากาศมากกว่าช่วงอื่นๆในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวจึงอยู่ในความสนใจต่อสาธารณะชนเป็นวงกว้าง รวมไปถึงผู้นำในหลายๆประเทศ

มีงานวิจัยใหม่ที่เผยให้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงพร้อมกับแผนดำเนินการแก้ไขปัญหา

มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นถึงระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อราวปี 1750.ผลโดยตรงของมันคืออุณหภูมิพื้นผิวทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 จากข้อมูลของ NASA และ NOAA ระบุว่าปี 2016 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกเมื่อปี 1880 และปีที่ร้อนที่สุด 5 อันดับแรกคือ 5 ปีหลังสุดนี่เอง และเดือนกรกฎาคม 2019 ถือสถิติรายเดือนที่ร้อนที่สุด

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลหลายอย่างต่อโลกของเรา จากรายงานสภาพภูมิอากาศปี 2018 แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุเฮอริเคน น้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟป่ากำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายหดตัว ระดับน้ำทะเลก็สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตเป็นมนุษย์และสัตว์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ในปี 2015 ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงเกิน 400 ppm เป็นครั้งแรกรอบ 3 ล้านปี หมายความว่ามหาสมุทรดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้นทำให้มีความเป็นกรดมากขึ้น

ในปี 2016 และ 2017 น้ำที่อุ่นขึ้นและน้ำที่เป็นกรดมากขึ้นทำให้ปะการังที่ Great Barrier Reef ของออสเตรเลีย ฟอกขาวและค่อยๆถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง จนยากที่จะฟื้นตัวกลับคืนมาได้ทั้งหมด

แต่เราก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กๆ

ในปี 2015 เกือบ 200 ประเทศได้ลงนามในข้อตกลงปารีสเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 °C เหนือระดับก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม.เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ หลายประเทศและหลายองค์กร รวมถึงทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่เคยชินทำอยู่เป็นประจำ

เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การทำการเกษตรกรรมที่มีคุณภาพ การอุปโภคบริโภคอย่างเหมาะสม เป็นต้น

หากทุกคนร่วมมือกันคนละเล็กละน้อย เราทุกคนก็เปรียบเหมือนเป็นกลุ่ม Avenger ที่ช่วยโลกสีนำ้เงินของเราจากภาวะโลกร้อนแล้ว

ทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมายพลังงานที่ตั้งไว้?

จากข้อมูลสถิติที่ผ่านมาพบว่า หลายองค์กรตั้งเป้าประหยัดพลังงานไว้ แล้วพบว่าไม่สำเร็จตามเป้า เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ฉุดรั้งไม่ให้ไปถึง

วันนี้เราจะมีมาดูกันว่าอุปสรรค 3 หัวข้อใหญ่นั้นมีอะไรบ้าง

1.มาตรการอนุรักษ์พลังงานประหยัดได้เยอะจริง แต่เวลาทำจริงผู้บริหารชะลดโครงการไปก่อน – หลายองค์กรประสบปัญหาในลักษณะนี้ โดยเฉพาะองค์กรที่เพิ่งเริ่มทำการจัดการพลังงานใหม่ ปัญหานี้ถ้ามองให้ลึกลงไปอาจจะเป็นเพราะผู้บริหารเห็นว่า คณะทำงานเพิ่งเริ่มวางระบบและทำมาตรการ เลยอยากจะขอดูก่อนว่าจะสำฤทธิ์ผลไหมในปีแรกๆ ถ้าเป็นไปได้ดี เห็นผลชัดเจนผู้บริหารจะอนุมัติโครงการในปีถัดไป

ดังนั้น คณะทำงานฯควรวางแผนไว้ในปีแรกๆที่ทำ ให้เริ่มจากมาตรการประหยัดพลังงานที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนไว้ก่อน เมื่อเริ่มทำมาตรการ ก็ต้องมีการตรวจวัดผลที่จับต้องได้เป็นตัวเลขไว้ด้วย เพื่อเป็นผลลัพท์ แสดงให้ผู้บริหารเห็นว่าทำสำเร็จ เมื่อผู้บริหารเห็นว่ามีผลงานก็จะอนุมัติเงินลงทุนในโครงการถัดไป

2.คณะทำงานฯไม่เข้มแข็ง แต่ละท่านไม่ทราบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน ทำให้การทำมาตรการประหยัดพลังงาน ทำได้อย่างไม่เต็มที่.ดังนั้นควรจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของคณะทำงานฯเป็นรายบุคคล ว่าแต่ละคนมีหน้าที่อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องอนุรักษ์พลังงานในองค์กร ก็จะทำให้งานที่ทำจะมีระบบและสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

3.ไม่มีการตรวจติดตาม วัดผลมาตรการประหยัดพลังงานที่ทำอย่างต่อเนื่อง – พบเห็นได้มากในหลายๆองค์กร ตอนเริ่มมาตรการมีความตั้งใจจริงในการทำ แต่เมื่อผ่านประมาณ 2-3 เดือนก็ไม่มีการกลับมาตรวจเช็คอีกว่ามาตรการที่ทำได้ผลอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ทำให้สิ้นสุดโครงการไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

ดังนั้นการลงมือปฎิบัติมาตรการ ควรมีการตรวจติดตามวัดผลอย่างต่อเนื่อง โดยอาจใช้การจดบันทึกข้อมูลโดยพนักงาน หรืออาจจะติดตั้งตัว Energy Monitoring ไว้บันทึกค่าการใช้พลังงานก็ได้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราทราบสถานะ การใช้พลังงานในปัจจุบัน หากเกิดปัญหาขึ้นกับมาตรการที่ทำ ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

จะเห็นว่าปัญหาทั้งหมดจะเกี่ยวข้องการวางระบบการจัดการพลังงานที่ไม่ครอบคลุม ดังนั้นความรู้จากการวางระบบเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้องค์กรของทุกท่านประสบความสำเร็จทางด้านพลังงานอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้นะครับ

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-C-04

EFC-C-04 : การปรับปรุงประสิทธิภาพและเทคนิคอนุรักษ์พลังงานในหม้อไอน้ำ (Boiler) และระบบไอน้ำ – 3 ชั่วโมง

สำหรับสถานประกอบการที่มีการใช้เชื้อเพลิงความร้อนแล้ว หม้อไอน้ำถือเป็นเครื่องจักรที่มีนัยสำคัญในการใช้พลังงานเป็นลำดับต้นๆ การทราบวิธีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีแล้ว จะทำให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานเป็นอย่างมาก

ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับทางด้านการอนุรักษ์พลังงานในหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำขึ้น เพื่อทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเช่น ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายช่างซ่อมบำรุง ได้รับความรู้และเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเทคนิคประหยัดพลังงานในระบบไอน้ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในสถานประกอบการของท่านอย่างมหาศาล เมื่อพนักงานมีเทคนิคพื้นฐานทางด้านการอนุรักษ์พลังงานแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดการอนุรักษ์พลังงานในสถานประกอบการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในอัตราค่าไฟฟ้าและเทคนิคการลดค่าไฟฟ้า ในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดการประหยัดต้นทุนทางด้านพลังงานในองค์กร นอกจากนี้ยังให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานและองค์ประกอบของหม้อไอน้ำ (Boiler) และระบบไอน้ำ ตลอดจนถึงวิธีการใช้งาน บำรุงรักษาและเทคนิคการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในระบบหม้อไอน้ำขององค์กรอย่างเหมาะสมและดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบองค์ประกอบพื้นฐานของหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ
  • ทราบวิธีการตรวจวัดและหาประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ (Boiler)
  • ทราบถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งมาตรการที่ไม่มีการลงทุนและมาตรการที่มีการลงทุน
  • ทราบวิธีการใช้งานและบำรุงรักษาหม้อไอน้ำให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร

เนื้อหาหลักสูตร

  • องค์ประกอบพื้นฐานของหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ
  • วิธีการตรวจวัดหาประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ (Boiler)
  • เทคนิคการอนุรักษ์พลังงานในหม้อไอน้ำและระบบไอน้ำ
  • วิธีการปรับเซ็ตแรงดันและการใช้งานของหม้อไอน้ำให้เหมาะสม
มาตรการอนุรักษ์พลังงาน

ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-B-03

EFC-B-03 : กฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การสร้างและดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน     + การตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กร (Internal Audit) – 6 ชั่วโมง

EFC เล็งเห็นการสร้างระบบบริหารและจัดการพลังงานในองค์กร เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานตาม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) ซึ่งมุ่งเน้นในการสร้างระบบให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน

หลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นให้คณะทำงานฯ ผู้ตรวจประเมินภาย รวมถึงผู้รับผิดชอบพลังงานได้มีส่วนร่วมและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายทางด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนอย่างเข้าถึง พร้อมด้วยการตรวจประเมินภายในองค์การอย่างมีประสิทธิภาพ

R1007226

จากประสบการณ์ทางด้านการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงานมาอย่างยาวนาน EFC จึงได้ออกแบบการฝึกอบรมให้เข้าใจง่าย สำหรับผู้บริหาร คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน ผู้ตรวจประเมินภายในระดับหัวหน้างานและผู้รับผิดชอบทางด้านพลังงาน เพื่อสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการพลังงานในสถานประกอบการได้ทันที ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เน้นให้ความรู้เป็นลำดับและขั้นตอน ลดภาระหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงานลงได้อย่างมาก

การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญฯทางด้านพลังงานโดยตรง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้องค์กรที่ต้องการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการจัดการพลังงาน ก้าวหน้าทางด้านพลังงานอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ประหยัดเวลาที่มีค่าไปได้อย่างมหาศาล

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานได้มีความรู้และเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทราบรายละเอียดในการสร้างและการดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ยังสร้างความรู้และเข้าใจในการตรวจประเมินภายในองค์กรแบบมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการ
  • เข้าใจความหมายและวิธีดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน ทั้งขั้นตอนวางแผน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบ ทบทวน วิเคราะห์และแก้ไข ตามหลักการ PDCA
  • ดำเนินการจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • มีการตรวจประเมินภายในระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ
  • มีการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กร

เนื้อหาหลักสูตร

  • พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • การสร้างและดำเนินการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน
  • การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบพลังงานตามกฎหมาย
  • สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานสำหรับสถานประกอบการ
  • การตรวจประเมินระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร
R1008732

ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—

ฝึกอบรมด้านพลังงาน EFC-B-02

EFC-B-02 : กฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การสร้างและดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน     + การจัดทำรายงานการจัดการพลังงานตามกฎหมาย (ฟอร์มใหม่และ e-form) – 6 ชั่วโมง

EFC เล็งเห็นการสร้างระบบบริหารและจัดการพลังงานในองค์กร เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานตาม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) ซึ่งมุ่งเน้นในการสร้างระบบให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน

หลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นให้คณะทำงานฯ รวมถึงผู้รับผิดชอบพลังงานได้มีส่วนร่วมและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายทางด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนอย่างเข้าถึง พร้อมด้วยการชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ทางสถานประกอบการจะได้รับจากการทำการระบบการจัดการพลังงาน

การจัดการพลังงาน

นอกจากนี้จากความยุ่งยากและซักซ้อนในการกรอกรายงานการจัดการพลังงาน EFC จึงได้ออกแบบหลักสูตรอธิบายการกรอกข้อมูลลงในรายงานฟอร์มใหม่และ e-form แบบง่ายๆ ทีละขั้นตอน (Step by Step) เพื่อให้บุคลากรที่ทำรายงานนั้นได้กรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และเข้าใจความหมายของข้อมูลที่ใส่ลงไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากตัวรายงานนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายในองค์กรต่อไปได้

วัตถุประสงค์

เพื่อทำให้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานได้มีความรู้และเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.๒๕๓๕ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๐) และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทราบรายละเอียดในการสร้างและการดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินการจัดทำรายงานการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับที่กฎหมายระบุได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งสามารถทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ทราบกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการ
  • เข้าใจความหมายและวิธีดำเนินการการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน ทั้งขั้นตอนวางแผน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบ ทบทวน วิเคราะห์และแก้ไข ตามหลักการ PDCA
  • ดำเนินการสร้างและจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย
  • ดำเนินการจัดทำรายงานการจัดการพลังงานให้สอดคล้องกับที่กฎหมายระบุได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • ทราบวิธีการกรอกรายงานการจัดการพลังงานอย่างครบถ้วน
  • สามารถนำผลลัพธ์จากรายงานฯไปพัฒนาระบบการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานในองค์กรได้

เนื้อหาหลักสูตร

  • พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • การสร้างและดำเนินการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน
  • การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบพลังงานตามกฎหมาย
  • สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานสำหรับสถานประกอบการ
  • การกรอกข้อมูลลงในรายงานการจัดการพลังงานฟอร์มใหม่และ e-form อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • Workshop กรอกข้อมูลการทำรายงาน

ดูหลักสูตรอบรมทั้งหมดของ EFC

—> ติดต่องานอบรม โทร. 081-308-2355, 082-452-8909 <—